24 ตุลาคม 2008

ตำรวจทำร้ายประชาชน 7 ตุลา 51


กลุ่มผู้ชุมนุมพันธมิตร
















ได้ไปชุมนุมหน้ารัฐสภาเผื่อคัดค้านการแถลงนโยบายของรัฐบาล















นักศึกษาที่มีสอบในวันพรุ่งนี้ก็มาในวันที่ 7 ตุลา















ทำให้ ส.ส. ไม่สามารถเข้าประชุมได้ คนมีอำนาจก็สั่งให้ตำรวจ
มาจัดการกับผู้ชุมนุม ทำให้ ฝ่ายค้านไม่พอใจสำหรับการทำร้าย
ประชน จึงไม่เข้าร่วมการประชุมในรัฐสภา จากนั้นกลุ่มผู้ชมนุม
ได้ทำการตัดน้ำตัดไฟในรัฐสภา ทำให้ ส.ส. รัฐสภา ร้อนมาก
และ รู้สึกกดดันจากผู้ชนนุม ที่ไม่สามารถออกจากรัฐสภาได้






























แต่นาย สมชาย กลัวมากกว่า จึงได้นั่ง เฮลิคอปเตอร์ออกจากรัฐสภา































เนื่องจากมี ส.ส. พรรคพลังประชาชน ติดอยู่ใน รัฐสภาเป็นจำนวน
มาก และ ติดอยู่เป็นเวลานาน จึงกด ดันให้ตำรวจทำร้ายประชาชนรุนแรงขึ้น


















































































ทำให้ประชาชนได้รับความบาดเจ็บจาก แก็สน้ำตาที่ตำรวจยิง
















































หลังจากที่ตำรวจทำร้ายประชาชน อย่าสุดแสนสาหัส
ก็ได้ให้เจ้าหน้าที่มาทำความสะอาด เช็ดคราบเลือด ทำลายหลักฐาน































แต่พันธมิตรก็ไม่เคยทิ้งกัน....กลุ่มพัธมิตรได้บริจาคเงินให้ผู้ได้รับบาดเจ็บ
และได้ช่วยเหลือให้การรักษาผู้ได้รับบาดเจ็บ จนกว่าจะหายดี

















สำหรับผู้ที่พิการ ทางพันธมิตรได้ให้การช่วยเหลือเป็นพิเศษ

โดยการจะให้ความช่วยเหลือนานเท่าที่จะทำได้ เพราะ

ผู้ที่พิการไม่สามารถกลับไปประกอบอาชีพได้อย่างปกติ

















การเกิดสงครามทุกรั้ง ผลที่ได้จากสงครามคือ.......






















































แต่ทักษิณ.....ก็.......
















โดนกลุ่มพันธมิตรขับไล่ต่อไป..........
>>>>>>>>>>>>>>>>>THE END<<<<<<<<<<<<<<<<<<

รู้เดือดให้รู้ดับ

อีกครั้งที่ เผ่าไทย
น้ำตาไหล หลั่งสะอื้น
ท้นหัวใจ บาดเจ็บ
เลือดท่วมพื้น แผ่นดิน
รินรดด้วย เดรฉาน
ส่งฝูงมาร มุ่งขย้ำ
เต็มแถวกระดาน เรียงเดี่ยว
กราดยิงซ้ำ ระเบิดสุม
ตูมตู้มตู้ม! แตกเสียง
แขนขาเรียง หลุดห้อย
คนกลับเคียง ประคองต่อ
ต่อจิตร้อย ร่วมประจัน
ควันกาซกลุ้ม กลบหาว
คาวเลือดคาว กลิ่นคลุ้ง
คนล้มระนาว ระเนระนาด
ใจลุกมุ่ง มั่นประจญ
..........................................................................
โจรสีกากีเหวย
มึงไม่เคยเห็นเลือด “คน”
ยิ่งเคี่ยวยิ่งเหนียวข้น
ยิ่งคละคลุ้งยิ่งฟุ้งหอม
ยิ่งเจ็บยิ่งเก็บจำ
ยิ่งไหลย้ำยิ่งไม่ยอม
ยิ่งพลียิ่งปรี่พร้อม
เข้าสู้มึงจนถึงม้วย
มึงยิงผู้หญิงเล่น
ทั้งที่เห็นไอ้เฮงซวย
จัดตั้งกองซังกะบ๊วย
อรินทรราชขี้ขลาดยิง
เก่งมากไอ้กากมั่ว
สันดานชั่วเหลือชังชิง
เก่งอยู่แค่ผู้หญิง
กับมือเปล่าเท่านั้นทุด!
"""""""""""""""""""""""""""""
ตำรวจชั่วตัวโฉดไอ้โคตรชั่ว
ยังหดหัวหดกบาลหน้าด้านสุด
แย่งกันเถียงเบี่ยงประเด็นต้มเป็นชุด
แย่งกันมุดก้นหมาไอ้สารเลว
ทั่วภาคใต้ชายแดนมึงแล่นหนี
ถุยไอ้ขี้ข้าเก่งห่าเหว
ทำทางโตโชว์ปืนสั้นเหน็บบั้นเอว
แท้ท่าดีทีเหลวทุเรศทุรัง
เพื่อนมิตร......
ปล่อยความคิดปิดความทุกข์เปิดคุกขัง
สร้างทางแถวแนวธรรมด้วยกำลัง
ทุกแถวยังยืนหยัดสู้สัตว์นรก
ซับทุกคราบอาบเลือดให้เหือดแห้ง
โดยหลอมแรงชำระคราบสกปรก
หลอมโดยแรงแห่งเพียรไม่เวียนวก
ถ่ายอ้อมอกอ้อมใจเพื่อให้ปัน
ปันต่อเนื่องเบื้องหน้าจรดฟ้าโน่น
จนฉายโชนชูเชิดใจเฉิดฉัน
เป็นใจเกื้อเอื้อตระกองใจของกัน
จวบใจนั้นประจักษ์ในหัวใจนี้!
คมทวน คันธนู

03 ตุลาคม 2008

“ชูวิทย์” ชก “วิศาล” คว่ำหลังสัมภาษณ์สด!!

เรื่องมันมีอยู่ว่า....
นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ก่อเหตุชกต่อยนายวิศาล ดิลกวณิช
ผู้ดำเนินรายการข่าวเที่ยงวันทันเหตุการณ์ จนล้มคว่ำลง
ภายหลังเสร็จสิ้นการสัมภาษณ์ออกรายการโทรทัศน์
ในรายการเที่ยงวันทันเหตุการณ์

ด้านนายวิศาล ดิลกวานิช กล่าวที่โรงพยาบาลสมิติเวชว่า
จะเปิดแถลงข่าวถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทั้งนี้ ตนถูกนายชูวิทย์ต่อย ตีศอก
ถูกเตะกระทั่งล้มลงศีรษะฟาดพื้น จนรู้สึกมึนงง

แต่นายชูวิทย์ก็ตามมากระทืบซ้ำ กระทั่งทีมงานต้องเข้ามาห้าม

“ผมคิดว่า การทำงานคือการซักถาม เพื่อให้ นายชูวิทย์ ตอบว่าทำอะไรเพื่อประชาชน ซึ่งนายชูวิทย์ ตอบไม่ชัดเจน จึงต้องเน้นย้ำประเด็นคำถามจนสร้างความไม่พอใจนำมาสู่การทำร้ายร่างกายครั้งนี้”
นายวิศาล กล่าว ขณะที่ นายชูวิทย์ ให้สัมภาษณ์โดยยอมรับว่า ได้ทำร้ายร่างกาย นายวิศาล จริง เพราะไม่พอใจที่ถูกกล่าวหาว่าไม่ใช่ลูกผู้ชาย ซึ่งถือว่า ไม่มีจรรยาบรรณของสื่อ เพราะขณะที่คุยกันหลังเวทีก่อนออกอากาศนั้น
ได้พูดคุยอีกอย่าง แต่เมื่อตอนออกอากาศกลับถามอีกแบบหนึ่ง
ซึ่งควรมีการเคารพแหล่งข่าวด้วย


ทั้งนี้ ระหว่างการสัมภาษณ์ นายชูวิทย์ ออกอากาศในรายการ เที่ยงวันทันเหตุการณ์นั้น นายวิศาล ได้ถาม นายชูวิทย์ เกี่ยวกับแผนการแข่งขันกับ นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้สมัครจากพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งประเด็นดังกล่าวนายชูวิทย์ ได้พูดคุยกับนายวิศาลก่อนเข้ารายการแล้ว จึงทำให้นายชูวิทย์โมโห และจ้อง นายวิศาล ด้วยความไม่พอใจ ก่อนที่จะพูดว่า
“นี่คุณ (วิศาล) เอา เรื่องข้างหลังมาเล่าข้างหน้าเลยเหรอ”
จากนั้น นายวิศาล จึงตอบสวนกลับไปว่า “ตกลง ชูวิทย์ หน้าจอกับหลังจอ เหมือนกันหรือไม่”
นายชูวิทย์ จึงแย้งกลับว่า “ตรงนั้นคือส่วนหลังจอ แต่ทำไมหน้าจอคุณไม่ถามเรื่องแผนหาเสียงหรือนโยบาย”
นายวิศาล กล่าวต่อว่า “ตกลง ชูวิทย์ หน้าจอกับหลังจอเหมือนกันหรือไม่”
นายชูวิทย์ จึงกระแทกเสียงกลับไปว่า “เหมือนกันครับ”
จากนั้นพิธีกรช่อง ก็ตัดบทจบรายการ
และนายชูวิทย์ ได้เข้าไปชก นายวิศาล แล้วใช้เท้าเหยียบจนกระทั่งมีคนมาห้ามไว้


รายการ เกาะประเด็นร้อน แกะประเด็นลึก
http://www.youtube.com/watchv=F_GIusn9gs8&feature=related
http://www.youtube.com/watch?v=UjfwwcY3ZHI&feature=related



โดยพวกเรา thailandlism คิดว่า
จบไม่สวยทั้งคู่...
คุณวิศาลก็ต้องพิจารณาตัวเองในฐานะสื่อ
คุณชูวิทย์ก็ต้องพิจารณาในฐานะผู้ที่กำลังจะลงชิงตำแหน่งผู้ว่า กทม.

เพียงแต่เหตุการณ์ครั้งนี้ ไม่มีใครที่จะมองว่าสิ่งที่คุณชูวิทย์ทำนั้นถูกต้อง
คุณชูวิทย์ผิดเต็มๆ เพราะไปทำร้ายร่างกายผู้อื่น
อันนั้นก็ว่ากันไปในทางกฏหมาย

ประเด็นมันน่าจะมาจาก กรณีที่คุณวิศาล
มีพฤติกรรมที่หลายๆ คนมองว่า
คุณวิศาลเทำหน้าที่สื่อได้ถูกต้องและเหมาะสมหรือไม่

แต่ดูเหมือนคนในวงการสื่อให้น้ำหนักความไม่สมควรไปที่คุณชูวิทย์ฝ่ายเดียว
แต่อาจจะละเลยมองในมุมของผู้ที่บอกว่าตัวเองได้ทำหน้าที่สื่อ


แล้วคุณล่ะคะ คิดว่า

คุณวิศาล ทำหน้าที่สื่อได้ถูกต้องและเหมาะสมหรือไม่
แล้วสิ่งที่คุณชูวิทย์ทำนั้นถูกต้องแล้วหรือ???