29 สิงหาคม 2008

แตกกระจาย

รายงานด่วน!!



เมื่อเวลาประมาณ 20.09 น.


ประชาชนที่ร่วมชุมนุมกับพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย


ยกขบวนไปกดดันที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล







แต่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจยิงแก๊สน้ำตาขึ้นฟ้า

และยิงระเบิดควันเพื่อป้องกันผู้ชุมนุมกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย

ที่พยายามจะบุกเข้าไปภายในกองบัญชาการตำรวจนครบาล





ทางตำรวจก็ยืนยันมาว่าเป็นการสร้างสถานการณ์

ตำรวจไม่ได้เป็นคนทำ



ด้านผู้ชุมนุมก็แตกกระจายออกไป

มีรถพยาบาลหลายคันนำตัวผู้ที่บาดเจ็บไปรักษาพยาบาล

ส่วนกลุ่มผู้ชุมนุมที่เหลืออยู่ก็ยังคงอออยู่ไม่ไกล

ขณะที่พันธมิตรฯได้นำรถ 6 ล้อไปจอดขวางประตูเอาไว้



ติดตามความคืบหน้าต่อไปได้....ที่นี่ >>>> "Thailandlism" <<<<

เกาะติด สถานการณ์ พันธมิตร กู้ชาติ 2



หลังที่ศาลอาญาออกหมายจับพันธมิตร และศาลแพ่งได้มีคำสั่งให้พันธมิตรออกจากธรรมเนียบรัฐบาล

วันที่ 28/08/52เมื่อเวลา 15.00 น. นายสุวัตร อภัยภักดิ์ ทนายความพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ได้ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลแพ่ง ให้เพิกถอนคำสั่งของศาลที่มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว


ขณะเดียวกันก่อนหน้านี้ นายเมธี ใจสมุทร ทนายความผู้รับมอบอำนาจจากรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ในคดีเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง พล.ต.จำลอง ศรีเมือง กับพวกรวม6คน เป็นจำเลยร่วมกัน ฐานละเมิด และฟ้องขับไล่ เพื่อขอให้แต่งตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดี เพื่อดำเนินการตามคำสั่งศาล

ต่อมาเวลา 16.30 น.ได้มีคำสั่งว่า หลังศาลได้พิเคราะห์คำร้องของทนายความโจทก์แล้ว เห็นว่า จำเลยทั้ง 6 และกลุ่มผู้ชุมนุมยังไม่ได้ออกจากพื้นที่ทำเนียบรัฐบาล ตามคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวของศาล จึงให้ตั้งพนักงานบังคับคดี เพื่อไปดำเนินการตามคำสั่งศาลต่อไป


สำหรับกระบวนการตั้งพนักงานบังคับคดีต่อจากนี้ไป ศาลก็จะส่งหมายไปยังกรมบังคดี เพื่อตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดี ไปประสานกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง คือ ตำรวจ เพื่อดำเนินการตามคำสั่งศาล

พนักงานบังคับคดีคงจะออกประกาศของกรมบังคับคดีไปปิดประกาศที่หน้าทำเนียบรัฐบาลไม่ทันในเย็นวันนี้ (28 ส.ค.) แต่หากเจ้าพนักงานปิดประกาศแล้ว ผู้ชุมนุมมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามคำสั่งศาล ถ้ายังฝ่าฝืน สำนักนายกรัฐมนตรีซึ่งเป็นโจทก์ จะต้องร้องต่อเจ้าพนักงานบังคับคดี เพื่อร้องต่อศาลแพ่งขอให้ออกหมายจับแกนนำพันธมิตรฯ อีกครั้ง


และวันที่ 29/08/51

ศาลแพ่งรับคำร้องของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยที่ยื่นอุทธรณ์คำสั่งศาลแพ่งที่ให้คุ้มครองชั่วคราวในกรณีการให้กลุ่มพันธมิตรฯ ย้ายการชุมนุมออกจากทำเนียบรัฐบาล และรื้อถอนสิ่งกีดขวาง รวมทั้งเปิดการจราจรบน ถ.พิษณุโลก และถ.ราชดำเนิน โดยคาดว่าศาลจะใช้เวลาการพิจารณาคำร้องของกลุ่มพันธมิตรฯ ประมาณ 15 วัน



วันนี้ (29 ส.ค.) เมื่อเวลา 18.00 น.ศาลแพ่ง ถนนรัชดาภิเษก มีคำสั่งงดบังคับคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวที่ให้แกนนำ และกลุ่มพันธมิตรฯ ออกจากทำเนียบรัฐบาล โดยศาลเห็นว่า หลังจากที่ศาลมีคำสั่งไป และเจ้าหน้าที่บังคับคดีไปดำเนินการ จำเลยมาร้องว่า มีการดำเนินการโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย และเนื่องจากศาลได้รับคำอุทธรณ์ของจำเลยในคดีนี้ไว้แล้ว จึงเห็นควรให้ งดบังคับคำสั่งคุ้มครองออกไปก่อน เนื่องจากเกรงว่า จะเกิดความเสียหาย จนกว่าศาลอุทธรณ์จะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงใดๆ

สืบเนื่องจากจำเลยทั้ง 6 ได้ยื่นอุทธรณ์คำสั่งคุ้มครองชั่วคราว ก่อนพิพากษา และยื่นคำร้องทุเลาการบังคับคดีต่อศาล เมื่อวันที่ 28 ส.ค. 51 ซึ่งศาลมีคำสั่งรับอุทธรณ์ และรับคำร้องทุเลาบังคับคดีนั้น วันนี้ จำเลยทั้ง 6 ได้ยื่นคำร้องขอทุเลาการบังคับคดีโดยฉุกเฉินอย่างยิ่ง อ้างว่า โจทก์กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้นำเจ้าหน้าที่บังคับคดี ไปบังคับคดี โดยรื้อถอนเวทีที่สะพานมัฆสวานรังสรรค์ โดยมิได้ปฏิบัติตามป.วิ.แพ่ง มาตรา 296




โดยเจ้าหน้าที่ได้อาศัยหมายบังคับคดีของศาล เข้าทุบตี ร่างกายประชาชน ทำให้มีผู้บาดเจ็บจำนวนมาก ซึ่งศาลได้มีคำสั่งให้ศาลอุทธรณ์พิจารณา จึงเห็นว่า หากยังคงมีการบังคับคดีต่อไป จะเกิดความเสียหาย จึงเห็นควรให้งดการบังคับคดีไว้ ตามป.วิ.แพ่ง มาตรา 292 (2) จนกว่าศาลอุทธรณ์จะมีคำสั่งหรือคำพิพากษา

โดยการสลายม็อบด้วยแก็สน้ำตา การใช้กำลังทำร้ายผู้ชุมนุมด้วยกระบอง การข่มขู่ด้วยปืนและอื่นๆ อีกมากมาย

Police reportedly fired teargas on Friday night to try to disperse about 2,000 anti-government protesters who tried to storm the Metropolitan Police Bureau.

The noise caused panics among protesters, who ran out of the police headquarters.
Several protesters were seen vomiting after the shots were fired at around 7pm.

Thai police used tear gas to disperse a crowd of several thousand anti-government protesters who were besieging city police headquarters. . .

และการกระทำของรัฐบาลส่งผลให้

สหภาพการบินไทย ไฟเขียว ให้พนักงานลาหยุดงานทันที ตอบโต้รัฐบาลใช้ความรุนแรงสลายพันธมิตร สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ บมจ.การบินไทย (THAI) ที่มีนางสาวแจ่มศรี สุกโชติรัตน์ เป็นประธาน ได้ประชุมด่วนเพื่อพิจารณาข้อเรียกร้องของแกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยที่ขอให้พนักงานรัฐวิสาหกิจทั่วประเทศหยุดงานทันทีตามแนวทางอารยะขัดขืน เพราะรัฐบาลใช้อำนาจผ่านรัฐตำรวจเข้าสลายการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯ


สหภาพบินไทย-ท่าเรือ-ขสมก.-ประปา-กฟผ.นัดหยุดงาน เตรียมร่วมพันธมิตรขับไล่รัฐบาล
สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ออกแถลงการณ์วันนี้ (29 ส.ค.) เรียกร้องรัฐบาลหยุดการใช้ความรุนแรงทุกกรณีกับผู้ชุมนุมกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย โดดเด็ดขาด หากเกิดความรุนแรงกับกลุ่มผู้ชุมนุมพันธมิตรฯ สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ ขสมก. จำเป็นต้องเข้าร่วมแสดงออกถึงความไม่เห็นด้วยกับการกระทำของรัฐบาล โดยจะตอบโต้ตามวิธีการที่สหภาพแรงงานฯ ได้กำหนดมาตรการไว้

การรถไฟฯเผยมีพนักงาน-ช่างเครื่อง ลาหยุด 240 คน-รถไฟหยุดวิ่ง 35 ขบวน
นายไพรัช โรจน์เจริญงาม ผู้อำนวยการศูนย์ประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยว การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เผยว่า ตั้งแต่เย็นวานนี้จนถึงเที่ยงวันนี้ มีพนักงานขับรถและช่างเครื่องของ รฟท.ลาหยุดงานรวมทั้งสิ้น 240 คน จากจำนวนพนักงานควบคุมรถทั้งหมด 2,002 คน เป็นเหตุให้ขบวนรถไฟต้องหยุดวิ่งรวม 35 ขบวน จากจำนวนรถไฟที่วิ่งให้บริการทั้งหมด 240 ขบวนในแต่ละวัน

Thai International Airways' Labour Union has called for its members to take leave immediately to protest the police's use of forces against anti-government protesters on Friday.

Union's president Jamsri Sukchoterat said that the union voiced disagreement with police's use of forces against the unarmed protesters who just exercised their rights to demonstrate.

"The union then calls for 15,000 members to take immediate leave to protest the government's move. If the violence against the protesters continues, we call for all 25,000 THAI members to stop working," she said.


การตัดสินใจของรัฐบาลในวันนี้ถูกต้องหรือไม่ การสลายม็อบโดยใช้กำลังของตำรวจทำร้ายประชาชน

ทำให้สหภาพแรงงานต่างๆ เริ่มต่อต้านโดยการหยุดงาน ส่งผลต่อกระทบอย่างมากมาย แล้วเราจะคอยดูว่า

พัธมิตรจะทำอย่างไร เมื่อรัฐใช้อำนาจรัฐจัดการ การชุมนุม อย่างไม่เป็นธรรม แล้วรัฐบาลจะจัดการม็อบโดย

วิธีละมุนละม่อมตามที่ให้ข่าวไว้หรือไม่ มาติดตามต่อไป ในเกาะติด สถานการณ์ พันธมิตรกู้ชาติ 3


















28 สิงหาคม 2008

ยืนยัดขับไล่รัฐบาล


กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย
พร้อมประชาชน ผู้รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ จากทั่วประเทศ ได้ร่วมกันชุมนุมขับไล่รัฐบาลของ นายสมัคร สุนทรเวช เป็นเวลากว่า 90 วันแล้ว ถ้าจะนับไปวันนี้ (28/08/2008) ก็เป็นวันที่ 96 แล้ว



กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย










เคลื่อนไหวด้วยการบุกยึดส่วนราชการสำคัญๆ เช่น ทำเนียบรัฐบาล สถานีโทรทัศน์ NBT
ซึ่งถูกว่าหาว่าเป็นเครื่องมือของรัฐบาล



เป็นกระบอกเสียงโจมตีฝ่ายตรงข้ามและไม่ทำหน้าที่สื่อของประชาชน และนอกจากนี้ ยังยึดกระทรวงสำคัญๆ เช่น กระทรวงการคลัง, กระทรวงคมนาคม และ กระทรวงเกษตรฯ อีกทั้งยังดาวกระจายไปกดดันหน่วยงานต่างๆ เพื่อเร่งรัดคดีเกี่ยวกับ พ.ต.ท.ทักษิณและครอบครัว และยังดาวกระจายไปให้กำลังใจบุคคล หรือองค์กรที่ถูกอำนาจรัฐ หรือรัฐบาลกลั่นแกล้งอีกด้วย























และ ล่าสุด!!!



ตำรวจ สน.สุทธิสาร ยัดข้อหาให้แก่แกนนำทั้ง 9 ของกลุ่มพันธมิตรฯ ดังนี้...
1.ใช้กำลังประทุษร้าย หรือขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย พื่อล้มล้างหรือเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญ ล้มล้างอำนาจนิติบัญญัติ อำนาจบริหาร หรืออำนาจตุลาการแห่งรัฐธรรมนูญ
หรือแบ่งแยกราชอาณาจักร หรือยึดอำนาจปกครองในส่วนหนึ่งส่วนใดแห่งราชอาณาจักร

ถือว่ากระทำผิดฐานเป็นกบฏ ต้องระวางโทษประหารชีวิต หรือจำคุกตลอดชีวิตตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 113


2.สะสมกำลังพลหรืออาวุธ ตระเตรียมการหรือสมคบกันเพื่อเป็นกบฏ
ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 3-15 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 114


3.มั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ใช้กำลังประทุษร้าย หรือกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง และเมื่อเจ้าพนักงานสั่งให้ผู้ที่มั่วสุมให้เลิก แล้วไม่เลิก
ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 6,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 215 และ 216


และทันทีที่ตำรวจยัดข้อหา"กบฏ" ให้แก่ 9 แกนนำพันธมิตรฯ
ก็ได้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างมาก

ซึ่งส่วนมากเห็นว่า การตั้งข้อหา "กบฏ" ถือว่าเกินความเป็นจริงและรุนแรงเกินไป














บ้างก็บอกว่า "การชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯ ถือว่า
เป็นการเคลื่อนไหวทางการเมืองของภาคประชาชน
ตามระบอบประชาธิปไตยเพื่อตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล ที่ถูกมองว่าบริหารงานผิดพลาด จึงได้เรียกร้องให้รัฐบาลลาออก ซึ่งเป็นเรื่องที่สามารถทำได้ ไม่ใช่การล้มล้างรัฐบาลตามที่ตำรวจพยายามตั้งข้อกล่าวหาแต่อย่างใด"



และ ตอนนี้....



การชุมนุมของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย
ภายในทำเนียบรัฐบาล ...ยังคงดำเนินต่อไป... มีการสับเปลี่ยนหมุนเวียนเข้าร่วมแสดงจุดยืนกู้ชาติ ขับไล่รัฐบาลทรราช แน่นสนามหญ้าหน้าทำเนียบ พร้อมกับระดมกำลังอาสาสมัครรักษาความปลอดภัยเพื่อป้องกันเหตุการณ์ หลังมีกระแสข่าวเจ้าหน้าที่เตรียมสลายการชุมนุม
โดยประจำการแต่ละจุดๆ ละหลายร้อยคน















ท่ามกลางเจ้าหน้าที่ตำรวจหลายพันนายพร้อมโล่ หมวก เข้าตรึงกำลังในพื้นที่ด้านนอกโดยรอบ เพื่อรอคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาถึงการบุกจับตัวแกนนำพันธมิตรฯ ทั้ง 9 คน ตามหมายจับของศาลอาญา



แล้วคุณหล่ะ คิดว่า
...."กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย" ....




ทำถูกต้องแล้วหรือยัง????




เห็นด้วยกับการกระทำในครั้งนี้หรือไม่ ... ? ? ? ? ?




และเห็นด้วยกับข้อกล่าวหาของตำรวจหรือไม่ ... ? ? ? ? ? ? ? ?

เกาะติด สถานการณ์ พันธมิตร กู้ชาติ

วันที่ 26/08/51

พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ได้ให้สัญญาณเป่านกหวีด เรียกผู้รักชาติ ให้มาชุมนุม ขับไล่รัฐบาลขายชาติ

เวลา 02.20 น. อังคาร กัลยาพงศ์ ได้มาขึ้นเวทีพันธมิตา เพื่ออ่านบทนสวด ชัยมงคลคาถา ให้พันธมิตรฯ และประชาชนมาขับไล่รัฐบาล




เวลา 08.00 น. มีการจัดกำลังไปดาวกระจายที่สถานีโทรทัศน์ NBT โดยพันธมิตรอ้างว่า สถานีโทรทัศน์ NBT
ได้มีส่วนในการบิดเบือนข้อมูลเพื่อปกป้องรัฐบาล และ กระทรวงคมนาคม ที่มีส่วนบิดเบือนข้อมูลเพื่อปกป้องรัฐบาล




เวลา 09.00 น. หลังจากที่พันธมิตรฯ ยึดกระทรวงคมนาคมได้แล้วก็เดินข้ามไปยังกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และเข้าไปในคลังของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และปิดประตูด้านหน้าไม่ให้เจ้าหน้าที่เข้าไปได้ ซึ่งกลุ่มพันธมิตรฯ สามารถเข้ายึดพื้นที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ทั้งหมดเช่นเดียวกัน





เวลาประมาณ 10.00 น. บรรยากาศที่กระทรวงการคลัง กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยหลายพันคน ดาวกระจายปิดล้อมกระทรวงแล้ว เพื่อเรียกร้องให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังลาออก รวมถึงเรียกร้องข้าราชการในกระทรวงต้องยืนอยู่บนความถูกต้องหลังที่ได้มีการตรวจสอบ พบว่า รัฐบาลมีการใช้จ่ายงบประมาณอย่างไม่โปร่งใส




เวลา 11.00 น. บรรยากาศบริเวณด้านหน้ากองบัญชาการตำรวจนครบาล กลุ่มผู้ชุมนุมพันธมิตรฯ บุกเข้าภายในพื้นที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล โจมตีการทำงานของตำรวจ และเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชี้แจงกรณีการควบคุมตัวพันธมิตรฯ 80 คนที่ไปบุกสถานีโทรทัศน์เอ็นบีที




เวลาประมาณ 14.00 น. พันธมิตราได้ยึดธรรมเนียบรัฐบาล โดยโอบล้อมทำเนียบรัฐบาลไว้ทุกด้าน ก่อนบุกเข้าประตู 1 ของทำเนียบฯ เข้าไปปักหลักชุมนุมบริเวณสนามหญ้าด้านหน้าทำเนียบรัฐบาลตึกไทยคู่ฟ้า ส่วนหนึ่งกระจายไปหน้าตึกบัญชาการ และตึกนารีสโมสรด้วย ซึ่งถือว่าที่นี่คือที่ทำงานหลักของนายกรัฐมนตรี โดยที่เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ขัดขวาง หรือปะทะจนเกิดความรุนแรงแต่อย่างใด



เวลาประมาณ 20.00 น. พันธมิตร ปักหลัก ค้างคืน วันนี้ (26 ส.ค.) ประมวลภาพพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ซึ่งปักหลักอยู่บริเวณภายในทำเนียบรัฐบาล โดยได้ทำการปิดประตูทำเนียบรัฐบาลทุกฝั่ง ห้ามคนเข้าและออก หลังจากมีการะแสข่าวว่ารัฐบาลเตรียมเข้ามาสลายผู้ชุมนุม




วันที่ 27/08/2551


เวลา 03.00 น. พล.ต.ต.สุชาติ เหมือนแก้ว รอง ผบช.น.ได้นำเจ้าหน้าที่ตำรวจกว่า 5 กองร้อย ตัดโซ่บริเวณประตูทางเข้าทำเนียบฯ แล้วเข้ามาเจรจากับกลุ่มพันธมิตรฯ โดยอ้างว่าจะขอเข้าไปพักผ่อนที่ตึกไทยคู่ฟ้าในทำเนียบฯ แต่ทางกลุ่มพันธมิตรฯ ไม่ยินยอมทำตามเงื่อนไขที่เจ้าหน้าตำรวจขอเจรจา เนื่องจากหวั่นเกรงว่าอาจจะมีการซ้อนแผนสลายกลุ่มผู้ชุมนุมในภายหลัง ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องถอยร่นกลับยังที่ตั้งเดิม




เวลา 09.00 น. ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก พนักงานสอบสวนนำคำร้องขออนุมัติออกหมายจับ 5 แกนนำ กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ซึ่งหลังจากทราบข่าวบรรดาแกนนำพันธมิตรฯ และกลุ่มผู้ชุมนุม ต่างเฝ้ารอว่าศาลจะอนุมัติหมายจับแกนนำ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง หนึ่งในแกนนำพันธมิตรฯ ได้ลงไปนั่งปะปนกับบรรดากลุ่มผู้ชุมนุมบริเวณหน้าตึกไทยคู่ฟ้า ภายในทำเนียบรัฐบาล และยืนยันจะให้จับตัวไปโดยไม่มีการต่อสู้ขัดขืน


เวลา 16.00 น. มีรายงานจากทำเนียบรัฐบาลระบุว่า ศาลได้มีคำสั่งอนุมัติให้ออกหมายจับแกนนำพันธมิตรฯ จำนวน 9 คน(อนุมัติให้จับเพิ่มมากกว่าคำขออีก 4 คน) ในข้อหาหนัก คือ

1.)ในความผิดฐานใช้กำลังประทุษร้ายเพื่อล้มล้างอำนาจนิติบัญญัติ บริหาร หรือ อำนาจตุลาการแห่งรัฐธรรมนูญ ผู้นั้นกระทำความผิดฐานเป็นกบฏ ต้องระวางโทษประหารชีวิต หรือ จำคุกตลอดชีวิต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 113



2.)สะสมกำลังพลหรืออาวุธ ตระเตรียมการ หรือ สมคบกันเพื่อเป็นกบฏ ระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 3-15 ปี มาตรา 114



3.)มั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปใช้กำลังประทุษร้าย หรือกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมืองและเมื่อเจ้าพนักงานสั่งให้ผู้ที่มั่วสุมให้เลิก แล้วไม่เลิกต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 6,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 215 และ 216


4.) เมื่อเจ้าพนักงานสั่งผู้ที่มั่วสุมให้เลิกแล้วไม่เลิก ตามมาตรา 215 และ 216 สำหรับผู้ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจขออนุมัติออกหมายจับประกอบด้วย


เมื่อพูดถึงการกระทำของพันธมิตรแล้ว บางส่วนอาจจะพูดว่า พันธมิตรฯได้รักษาภาพลักษ์ การชุมนุมโดยสันติวิธีมาโดยตลอด แต่เมื่อพันธมิตรฯ ได้มีการกระทำผิดกฏหมายโดยการยึดสถานที่ทำงานของรัฐบาล และอื่นอีกมากมาย ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้คนส่วนมากคิดว่าพันธมิตร ทำอะไรอยู่ทำไม ไม่ถึงชุมนุมโดยสันติวิธี

อ.พิภพ ธงไชย หนึ่งในแกนนำพันธมิตรได้ให้เหตุผลว่า การประท้วงครั้งนี้ ได้ใช้หลัก อารยะขัดขืน หรือการดื้อแพ่ง คือการกระทำที่ผิดกฏหมาย แต่เป็นกฏหมายที่ผิดเพียงเล็กน้อย เช่น การประท้วงโดยการหยุดงาน หรือการที่ บุกรุกสถานที่ราชการ แต่ก็ไม่ได้เข้าไปเพียงแค่อยู่ด้านนอก และไม่ได้ทำลายทรัพย์สินของทางราชการ


ส่วนข้อหากฏบนั้นจะต้องกระทำการในลักษณะล้มล้างอำนาจรัฐ และสถาบันหลักของประเทศ หรือทำให้อธิปไตยของรัฐต้องสูญเสีย แต่การเคลื่อนไหวของกลุ่มของพันธมิตรฯ ไม่เข้าข่ายดังกล่าว ดังนั้น ผู้ตั้งข้อกล่าวหาอาจถูกดำเนินคดีหรือฟ้องกลับในภายหลังได้ โดยมีความคิดเห็นต่างๆดังนี้

1.)การตั้งข้อหากบฏ ถือว่าเกินความเป็นจริงและรุนแรงเกินไป เพราะกลุ่มพันธมิตรฯ ไม่ได้กระทำการใดใดที่เข้าข่ายข้อหาดังกล่าวแม้แต่น้อย

2.)ข้อหาเป็นกบฏ เป็นข้อหาที่รุนแรงมากและไม่มีเหตุผลรองรับ พร้อมยืนยันว่า การเคลื่อนไหวของกลุ่มพันธมิตรฯ ที่เรียกร้องให้รัฐบาลลาออก ถือเป็นส่วนหนึ่งของการตรวจสอบของประชาชนที่สามารถทำได้


3.) การชุมนุมเคลื่อนไหวของพันธมิตรฯ ไม่เข้าข่ายกบฏหรือเตรียมกบฏแน่นอน และว่า แม้พันธมิตรฯ จะยึดทำเนียบรัฐบาล แต่ก็ไม่ถือว่าล้มล้างอำนาจบริหาร หรือทำให้รัฐบาลบริหารประเทศไม่ได้ เพราะพันธมิตรฯ ไม่ได้ไปจับตัวนายกฯ และรัฐมนตรีไว้ รัฐบาลจึงยังสามารถบริหารประเทศได้ตามปกติ เพียงแต่เปลี่ยนสถานที่ประชุมทำงานเท่านั้น เป็นต้น


ดังนั้น การกระทำของพันธมิตรฯ เป็นสิ่งที่ถูกหรือผิด และการกระทำของรัฐบาล เป็นสิ่งที่ถูกหรือผิด ต้องคอยติดตามต่อไป และพันธมิตรจะทำอย่างไร เมื่อมีหมายศาลอนุมัติหมายจับและคำสั่งศาลแพ่ง





People's Alliance for Democracy suffered a big blow on Wednesday after Criminal Court decided to issue arrest warrants for PAD's nine co-leaders for their involvement in the raid on NBT TV station and the Government House.
Court made the decision at the request of police that provided the video footages of the incidents.


The warrants cited serious charges, such as inciting crowds to turn unruly, bids to oust the government and intimidate the media, via the NBT raid, and illegally entering government installations, he said.


The nine PAD leaders were Sondhi Limthongkul, Chamlong Srimuang, Pibhop Dhongchai, Somsak Kosaisuk, Somkiat Pongpaiboon, Suriyasai Katasila, Amorn Amornwattananon and Therdpoom Jaidee.

The four charges are Article 113 of the Criminal Code for treason, Article 114 for conspiracy for incite treason, Article 215 for conspiring with more than 10 people to cause disturbances or physical harms, Article 216 for resisting to disperse when ordered by law enforcement authorities.

If convicted, the nine could face life imprisonment or capital punishment




25 สิงหาคม 2008

ีคำสั่งยึดทรัพย์ ทักษิณ!!

อัยการคาด ศาลฯ อาจมีคำสั่ง
ยึดทรัพย์ ทักษิณ-ครอบครัว 7.6 หมื่นล้าน


มื่อเวลา 8.00น. วันนี้ (25ส.ค.)
นายเศกสรร บางสมบูรณ์
อธิบดีอัยการฝ่ายคดีพิเศษ
ได้นำเจ้าหน้าที่
ี่ขนเอกสารและหลักฐาน
ที่จะยื่นให้ศาลฎีกาแ
นกคดีอาญา
ของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง

ออกจากสำนักงานอัยการสูงสุด

โดยใช้รถบรรทุก 6 ล้อ ขนเอกสาร
ซึ่งเอกสารดังกล่าว มีจำนวน 600 แฟ้ม 94 กล่อง
เพื่อประกอบการยื่นคำร้องขอให้ริบทรัพย์สิน
ที่ร่ำรวยผิดปกติ
ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี
ตกไปสู่เป็นของแผ่นดิน


นายเสกสรร ให้สัมภาษณ์
ภายหลังยื่นคำร้อง
ต่อศาลฎีกา
แผนกคดีอาญา
ของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง

ในคดีที่อัยการสูงสุดเป็นโจทย์

ฟ้อง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร
อดีตนายกรัฐมนตรี ว่า

คำร้องโดยสรุปคือ

ขอให้ริบทรัพย์
ของ พ.ต.ท.ทักษิณ
ตกเป็นของแผ่นดิน
จำนวน 7.6 หมื่นล้านบาท


ตามสำนวนของคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำ

ที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.)

จากนี้ต้องรอว่า ศาลจะมีคำสั่งต่อคำร้องออกมาอย่างไร


แล้วคุณล่้ะ...อยากให้ศาลตัดสินอย่างไร???


Civil servants from the Attorney General's Office

Monday carried 600 files, contained in 94 boxes,

related to how Mr. Thaksin accumulated his abundant wealth,

to the Supreme Court's Criminal Division

for Holders of Political Positions.

The evidence will be used by the court

in seizing the Bt76 billion assets of Mr Thaksin's family.

The Court will meet at a later date to appoint nine judges
to make a final verdict on the seizure of 76 billion baht for the state.

and...

what about your opinion??

What do you want the
final verdict will be ??

19 สิงหาคม 2008

พันธมิตรฯ อ้อน แม้ว-อ้อ กลับไทย

พันธมิตรฯ บุกสถานทูตอังกฤษ

จี้ส่ง "แม้ว-อ้อ" กลับไทย




วันนี้(19 ส.ค.) พล.ต.จำลอง ศรีเมือง นายสนธิ ลิ้มทองกุล และนายสมศักดิ์ โกศัยสุข แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย นำกลุ่มผู้ชุมนุมพันธมิตรฯ จำนวนนับหมื่นคน เคลื่อนขบวนจากแยกราชประสงค์ ผ่าน ถ.เพลินจิต มุ่งหน้าสู่สถานเอกอัครราชทูตอังกฤษ ประจำประเทศไทย ด้วยบรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคักคึกคักตลอดเส้นทาง



โดยนายสนธิ ได้ยื่นหนังสือจดหมายเปิดผนึกเรียกร้องให้ทางการอังกฤษส่งตัว พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร จำเลยในคดีทุจริตซื้อขายที่ดินย่านถนนรัชดาภิเษก กลับมายังประเทศไทยในฐานะผู้ร้ายข้ามแดน เพื่อดำเนินคดีในประเทศไทย โดยมีเจ้าหน้าที่สถานทูตอังกฤษประจำประเทศไทยเป็นตัวแทนออกมารับหนังสือ โดยพันธมิตรฯให้เวลากระทรวงต่างประเทศอังกฤษ 7 วัน และจะมาฟังคำตอบอังคารหน้า (26ส.ค.)เวลา 10.00 น. ส่วนในวันพฤหัสนี้( 21 ส.ค.) พันธมิตรจะไปทวงถามกระทรวงการต่างประเทศว่าเมื่อไหร่จะยกเลิกพาสปอร์ตของพ.ต.ท.ทักษิณ



ในขณะที่อัยการต่างประเทศ ทำงานล่วง

หน้าเตรียมพร้อมรอคำพิพากษาศาลฎี

กาคดีที่ดินรัชดาฯ ก่อนตามล่าตัว

แม้ว-อ้อเป็นผู้ร้ายข้ามแดนจากอังกฤษ

มารับโทษในประเทศไทย





International Affairs Department (สำนักงานต่างประเทศ)
สำนักงานต่างประเทศมีหน้าที่หลักในการรับผิดชอบคดีส่งผู้ร้ายข้ามแดน (Extradition), คดีความร่วมมือทางอาญาระหว่างประเทศ (International legal mutual assistance), คดีสอบสวนนอกราชอาณาจักรไทย ตลอดจนการตอบข้อหารือระหว่างประเทศ ระหว่างหน่วยงานของรัฐบาลไทยและหน่วยงานของรัฐบาล




วันนี้ (19 ส.ค.) นายศิริศักดิ์ ติยะพรรณ อธิบดีอัยการฝ่ายต่างประเทศ กล่าวถึงความคืบหน้าการติดตามตัว พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และ คุณหญิงพจมาน ชินวัตร ภริยา จำเลยที่ 1-2 ในคดีทุจริตซื้อขายที่ดินรัชดาภิเษก ว่า ขณะนี้อัยการได้รวบรวมเอกสารพยานหลักฐานส่วนหนึ่งแล้ว และได้มีการประชุมอัยการหารือข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องแล้ว รอเพียงคำสั่งอย่างเป็นทางการของนายชัยเกษม นิติสิริ อัยการสูงสุด เพราะตามกฎหมายจะต้องรอหนังสือร้องขอของหน่วยงานที่ต้องการตัว สำหรับคดีนี้อัยการเป็นผู้ฟ้อง




และปรากฏว่าจำเลยหลบหนี อัยการอาจต้องทำเรื่องเอง โดยอาจต้องรอให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ทำหนังสือยืนยันว่า จำเลยหลบหนีออกนอกประเทศ และหลบหนีไปอยู่ที่ใดซึ่งต้องแจ้งให้ชัดเจน และเมื่อคดีนี้ศาลมีคำสั่งให้พิจารณาคดีต่อไป

จึงอาจต้องรอให้ศาลดำเนินกระบวนการไต่สวนพยานให้เสร็จสิ้นก่อน และหากมีคำพิพากษาเป็นที่สุดว่าจำเลยทั้งสองกระทำความผิดและถูกพิพากษาลงโทษจำคุก อัยการก็จะดำเนินการติดตามตัวเป็นผู้ร้ายข้ามแดนจากประเทศอังกฤษกลับมารับโทษในประเทศไทย


การดาวกระจายของพันธมิตรฯในครั้งนี้ มีอีกนัยหนึ่งก็คือ ไปเปิดเผยความจริง ต่อชาวโลกว่า ศาลไทยมีความยุติธรรมซึ่งไม่เป็นจริงตามที่ ทักษิณ ได้กล่าวในประกาศลี้ภัยทางการเมืองของ ทักษิณ ที่กล่าวว่าศาลไทยโดนแทรกแซง ไม่มีความยุติธรรม และอีกข้อสำคัญคือ พันธมิตรต้องการ ให้ทั่วโลกได้รู้ว่า ทักษิณ เป็น อาชญากร ของประเทศไทย ไม่ใช่ นักโทษลี้ภัยทางการเมือง ซึ่งพันธมิตรเชื่อว่า การกระทำนี้ จะเป็นการรักษาชื่อเสียงของศาลไทย และ ทำให้ประชาชนได้รู้ความจริงเกี่ยวกับ ทักษิณ มากขึ้น




Protesters led by People's Alliance for Democracy (พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย)march to the British Embassy in Bangkok on Tuesday to demand that England did not grant asylum to fugitive premier; Thaksin Shinawatra.
With reference to former Prime Minister Thaksin Shinawatra and his wife, Khun Ying Pojaman Shinawatra, having jumped bail and fleeing to London last weekend and the subsequent arrest warrants issued by the Supreme Court's Criminal Division for Political Office Holders for the above-mentioned fugitives, the People's Alliance for Democracy (PAD) wishes to draw the British Government’s attention to the following the many points about ture information's premier; Thaksin Shinawatra.



































































































































12 สิงหาคม 2008

ลี้ภัยไปลอนดอล



พ.ต.ต.ทักษิณ ชินวัตร ลี้ภัยทางการเมือง

ไปยังกรุงลอนดอล ประเทศอังกฤษ





โดยส่งคำแถลงการณ์ผ่านทางสื่อมวลชน ดังนี้...










จากคำแถลงการณ์....


เหมือนเป็นการขอความเห็นใจว่า
ตัวเองเป็นฝ่ายไม่ได้รับความเป็นธรรมในการดำเนินคดีของศาล

ถูกกลั่นแกล้งทางการเมือง
โดนขจัดออกจากการเมืองโดยการพยายามลอบสังหาร

ทำให้ไม่มีความปลอดภัยในชีวิต





แต่เมื่อได้พิจารณาอีกครั้ง...



ท่านได้กล่าวหาว่า "มีการแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม
โดยถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง
จนขาดความเป็นกลาง
ทำให้เกิดความเสียหายต่อประเทศ"



เพราะฉะนั้น คำแถลงการณ์นี้

เหมือนเป็นการพูดดีใส่ตัว

ไม่ยอมรับระบบตุลาการ



แต่โดยข้อเท็จจริงแล้ว

ตุลาการเป็นเพียงองค์กรเดียวในประเทศ

ที่ได้รับการยอมรับนับถือจากประชาชนคนไทยทั้งประเทศว่า

มีความเป็นกลางและถูกแทรกแซงทางการเมืองได้น้อยที่สุด



แถมยังเป็นการ ประจาน ประเทศชาติ

ให้เสื่อมเสียความน่าเชื่อถือต่อกระบวนการยุติธรรมไปทั่วโลกอีกด้วย








พ.ต.ต.ทักษิณทำถูกต้องแล้วหรือยัง?



เห็นด้วยกับการกระทำนี้หรือไม่..????



Thaksin Flees to London — Again



Former Thai Prime Thaksin ,
said in a televised statement that since returning in February
he and his family had had their lives threatened
and been treated unfairly by Thailand's judicial system.

That means he doesn't accept in Thailand's judicial system
and that makes people unbelief in Thailand's judicial system
which is only one organization that hardest to interfere.

Moreover,he makes people around the world loss their believe
in Thailand's judicial system


Does Dr. Thaksin do the right thing???

Do you agree with the thing that he performed??



post your comment to us
......Thailandlism....





09 สิงหาคม 2008

Olympic 2008

กีฬาโอลิมปิคปี 2008 จัดขึ้นที่ประเทศจีน

สาธารณรัฐประชาชนจีน (จีนตัวเต็ม: 中華人民共和國; จีนตัวย่อ: 中华人民共和国; พินอิน: Zhōnghuá Rénmín Gònghéguó; อังกฤษ: People's Republic of China (PRC))

ประวัติศาสตร์และภูมิศาสตร์ส่วนใหญ่ ที่ชาวตะวันตกเรียกรวม ๆ ว่า China (จีน) ประเทศจีนเป็นประเทศที่มีประชากรมากที่สุดในโลก โดยประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวจีนฮั่น จีนเป็นประเทศที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออก และมีขนาดเป็นอันดับ 3 ของโลก เป็นรองเพียงรัสเซียและ แคนาดา

The People's Republic of China (simplified Chinese: 中华人民共和国; traditional Chinese: 中華民共和國; pinyin: Zhōnghuá Rénmín Gònghéguó listen (help·info)), commonly known as China, is the largest country in East Asia with Beijing as its capital city. It is a single-party socialist republic comprising of twenty-two provinces, five autonomous regions, four municipalities, and two Special Administrative Regions.




กว่าจะได้มาซึ่งความเป็นเจ้าภาพกีฬาโอลิมปิค 2008

ประเทศจีนเองได้เคยเสนอชื่อในการเป็นเจ้าภาพกีฬาโอลิมปิคแล้วเป็นครั้งที่ 2 ครั้งแรกในปี 2000 แต่ก็แพ้ซิตนี่ ของออสเตรเรีย และเสอนชื่ออีกครั้งในปี2008 ซึ่งก็ชนะคู่เข่งประเทศอื่นมาได้ การที่จีนเป็นเจ้าภาพครั้งที่ 29 ของการจัดแข่งขันกีฬาโอลิมปิคนี้ ก็ยังถือเป็นครั้งที่ 3 ของการจัดแข่งขันในเอเชีย ซึ่งครั้งแรกในเอเชียจะเป็นกรุงโตเกียวของญี่ปุ่น เมื่อปี1964 ครั้งที่ 2 กรุงโซลของเกาหลีใต้ เมื่อปี 1988 และในปี 2008 เดือน 8 วันที่ 8 จีนเป็นเจ้าภาพในจัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิคที่เมืองหลวงของจีน"กรุงปักกิ่ง"




การเผชิญกับปัญหารอบด้านของปั่กกิ่ง













1.ปัญหาสภาพอากาศ เนื่องจากมีที่ตั้งของโรงงานอุตสาหกรรมล้อมรอบอยู่หลายแห่ง จำนวนรถยนต์มีมาก ประกอบกับลักษณะภูมิประเทศเป็นเขารายล้อม ที่ตั้งปักกิ่งจึงมีลักษะเป็นแอ่ง ทำให้อากาศไม่ถ่ายเท เกิดมลพิษทางอากาศ เกินมาตรฐานที่ กำหนดไว้ เกิดพายุทรายบ่อยครั้ง ใครที่ไม่เคยไปปักกิ่งเมื่อไปจะพบความแตกต่างของสีท้องฟ้า ที่ไม่เป็นสีฟ้า ถึงมีนักกีฬาหลายคนออกมาประกาศปฏิเสธการเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาโอลิมปิคที่ปักกิ่ง เพราะเกรงว่าสภาพอากาศที่ปักกิ่ง จะเป็นอันตรายต่อสุขภาพ แต่ประชาชนชาวปักกิ่งเองก็ยังบอกว่า สภาพอากาศแบบนี้ ดีขึ้นมากกว่าที่เคยเป็น แต่อย่างไรก็ตามทางการจีนก็ทุ่มงบประมาณเต็มที่ในการที่จะแก้ไขปัญหา


2.ปัญหาสิทธิมนุษยชนและการเมือง ในกรณีของการเกิดกลุ่มผู้ประท้วงชาวทิเบต หรือกลุ่มประท้วงต่อต้านการละเมิดสิทธิมยุษยชน ต่อต้านการจัดการแข่งขันที่กรุงปักกิ่ง ต่อต้านการวิ่งคบเพลิง และพยายามก่อเหตุจลาจลบ่อยครั้ง แต่จีนเองก็ยังอ้างว่านั่นเป็นแค่เพียงคนส่วนน้อยที่ไม่เห็นด้วย และการกีฬาก็ไม่ควรนำไปเกี่ยวข้องกับการเมือง ชาวจีนทุกคนก็ยังเชื่อมั่นในความรักชาติ ความสามัคคีของชาติ จะช่วยให้การเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิคในครั้งนี้ ให้ยิ่งใหญ่สมกับประเทศมหาอำนาจ และสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี



เลขมงคล 888 ชาวจีนจะยกสีแดงให้เป็นสีมงคลแล้ว ชาวจีนยังนิยมเลข 8 เป็นเลขมงคล เลขแห่งความร่ำรวย เหตุผลก็คือ 8 ในภาษาจีนคือ 八 (bā) อ่านว่า ปา เป็นหมายเลขที่พ้องเสียงกับคำว่า 发 ( fā ) ฟา ซึ่งก็หมายถึง 发财 (fā cái) ฟาไฉ แปลว่าร่ำรวย ร่ำรวย ยิ่งถ้าเป็นเลขตองยิ่งดี เหมือนกับคนไทยเราชอบเลข 9 ซึ่งพ้องเสียงกับคำว่า ก้าว ก้าวหน้า นั่นเอง




โลโก้


โลโกโอลิมปิค ที่เราเห็น กันอยู่นั้น ได้มาจากการคัดเลือกโดยนักออกแบบทั่วโลก รวมจำนวนโลโกที่ส่งเข้าประกวดทั้งสิ้น 1985 ผลงาน คณะกรรมการได้คัดเลือกซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนกระทั่งเจ้าของผลงานชื่อ 郭春宁(Guo Chunning) ผลงานหมายเลข 1498 ที่มีชื่อว่า “ปักกิ่งเริงระบำ” (舞动的北京) ได้รับการคัดเลือกให้เป็นโลโกกีฬาโอลิมปิคในปี2008




มาสคอตโอลิมปิก 2008



มาสคอตทั้งห้าถูกนำเสนอผ่านความน่ารักของเด็กๆ ในรูปแบบของ สัตว์สำคัญ 4 ชนิดในประเทศจีนอันได้แก่ ปลา แพนด้า ละมั่งทิเบต (Tibetan Antelope) นกนางแอ่น และเปลวไฟโอลิมปิก
โดยแต่ละตัวมีชื่อเรียกน่ารักน่าหยิกดังนั้น เจ้าปลายน้อยมีชื่อว่า “เป้ยเป้ย”, ส่วนแพนด้าตากลมชื่อว่า “จิงจิง”, “ฮวนฮวน” เป็นพี่ใหญ่ ตัวแทนเปลวไฟแห่งโอลิมปิก, “อิ๋งอิ๋ง” คือละมั่งทิเบต และนกนางแอ่นมีชื่อว่า “นีนี”


In the ancient culture of China, there is a grand tradition of spreading good wishes through signs and symbols. Each of Fuwa symbolizes a different blessing -- and will honor this tradition by carrying their good wishes to the children of the world. Prosperity, happiness, passion, health and good luck will be spread to every continent as Fuwa carry their invitation to Beijing 2008 to every part of the globe.

ที่เก๋ไปกว่านั้นเมื่อนำชื่อทั้งห้ามารวมกัน “เป่ย จิง หวน หยิง หนี่” (Bei Jing Huan Ying Ni) จะแปลได้ว่า “ปักกิ่งยินดีต้อนรับ” (Welcome to Beijing) ฝูหวาจึงไม่ใช่เพียงมาสคอต หากเป็นทูตสันถวไมตรีตัวน้อยจากจีนที่ส่งคำเชิญไปยังทุกประเทศทั่วโลกนั่นเอง


เป้ยเป้ย (Beibei)
ตามความเชื่อของจีน ปลาและน้ำ เป็นสัญลักษณ์ของความเจริญรุ่งเรืองและอุดมสมบูรณ์ บนหมวกเกราะของเป้ยเป้ยนั้นแสดงถึงเส้นสายของคลื่นและลายน้ำอันเป็นที่รู้จักกันดีในภาพวาดของจีนมาแต่ช้านาน ในบรรดาฝูหวาทั้งห้า หนูเป้ยเป้ยจึงเป็นตัวแทนแห่งความอ่อนน้อมและบริสุทธิ์สดใส เธอเก่งกีฬาทางน้ำเป็นที่สุด ตัวแทนห่วงโอลิมปิกสีฟ้า


In China's traditional culture and art, the fish and water designs are symbols of prosperity and harvest. And so Beibei carries the blessing of prosperity. A fish is also a symbol of surplus in Chinese culture, another measure of a good year and a good life. The ornamental lines of the water-wave designs are taken from well-known Chinese paintings of the past. Among Fuwa, Beibei is known to be gentle and pure. Strong in water sports, she reflects the blue Olympic ring.




จิงจิง (JingJing)
รูปดอกบัวบนหมวกเกราะของจิงจิงนั้นได้แรงบันดาลใจมากจากภาพวาดบนถ้วยชามลายครามสมัยราชวงศ์ซ่ง (ก่อนคริสตศักราช 960-1234) ซึ่งเป็นตัวแทนความอุดมสมบูรณ์ของป่าไม้และความสัมพันธ์อันดีระหว่างมนุษย์และธรรมชาติ จิงจิงนั่นคือสื่อแสดงถึงความปรารถนาในการที่จะปกป้องธรรมชาติ และเป็นตัวแทนของห่วงโอลิมปิกสีดำ


Jingjing makes children smile. You can see his joy in the charming naivety of his dancing pose and the lovely wave of his black and white fur. Jingjing was chosen to represent our desire to protect nature's gifts and to preserve the beauty of nature for all generations. Jingjing is charmingly naïve and optimistic. He is an athlete noted for strength who represents the black Olympic ring.



ฮวนฮวน (HuanHuan)
ฮวนอวน พี่ใหญ่ เป็นลูกพระเพลิง สัญลักษณ์เเปลวไฟโอลิมปิกและความรักในการแข่งขัน ลูกพี่ฮวนนั้น วิ่งได้เร็ว กระโดดได้ไกล และแข็งแรงเป็นที่สุด ลักษณะดวงไฟบนหมวกเกราะของฮวนฮวน นั้นได้แรงบันดาลใจจากภาพวาดบนฝาผนังใน DunHuang ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของความโชคดี ลูกพี่ฮวนเป็นคนสนุกสนาน กระตือรือร้น ชอบกีฬาเกี่ยวกับลูกบอล และเป็นตัวแทนของห่วงโอลิมปิกสีแดง


In the intimate circle of Fuwa, Huanhuan is the big brother. Huanhuan stands in the center of Fuwa as the core embodiment of the Olympic spirit. And while he inspires all with the passion to run faster, jump higher and be stronger, he is also open and inviting. Wherever the light of Huanhuan shines, the inviting warmth of Beijing 2008.He excels at all the ball games and represents the red Olympic ring.



อิ๋งอิ๋ง (YingYing)
ละมั่งน้อยผู้มีความปราดเปรียวว่องไว วิ่งไปทั่วแดน เป็นตัวแทนของดินหรือแผ่นดินจีนนั่นเอง อิ๋งอิ๋ง นำความแข็งแรง มีสุขภาพดี หมวกเกราะของเขานั้นเป็นการผสมผสานศิลปะของทิเบตและซิงเกียงรวมถึงวัฒนธรรมของชนกลุ่มน้อยทางฝั่งตะวันตกของประเทศจีน อิ๋งอิ๋งนั้นเก่งในทางกรีฑาทั้งลู่และลาน ด้วยความรวดเร็วว่องไวของเขา อันเป็นตัวแทนของห่วงโอลิมปิกสีเหลือง

Like all antelopes, Yingying is fast and agile and can swiftly cover great stretches of land as he races across the earth. The selection of the Tibetan Antelope reflects Beijing's commitment to a Green Olympics. His head ornament incorporates several decorative styles from the Qinghai-Tibet and Sinkiang cultures and the ethnic design traditions of Western China. Strong in track and field events, Yingying is a quick-witted and agile boy who represents the yellow Olympic ring.


นีนี (NiNi)
หมวกเกราะรูปปีกสีทองนั้นพานีนีบินไปทั่วทุกหนแห่ง โบกสะบัดนำโชคดีให้แก่ทุกคน นีนีนั้นเป็นเด็กน่ารักสดใส ร่าเริงดุจนกนางแอ่น เธอเก่งในเรื่องยิมนาสติกและเป็นตัวแทนของห่วงโอลิมปิกสีเขียวนั่นเอง


Every spring and summer, the children of Beijing have flown beautiful kites on the currents of wind that blow through the capital. Among the kite designs, the golden-winged swallow is traditionally one of the most popular. Among Fuwa, Nini is as innocent and joyful as a swallow. She is strong in gymnastics and represents the green Olympic ring.




สถานที่จัดการแข่งขันซึ่งเป็นไฮไลท์ของปักกิ่ง
National Stadium ชื่อเล่น "Bird Nest"



Recently in Shanghai, there was a teapot exhibition which featured Purple Sand teapots or Zi Sha Hu (紫砂壶) that came in various different shapes with spiky names such as “The Bird’s Nest Teapot”, “The Space Shuttle Teapot” and “The Four Great Inventions Teapot”.