28 สิงหาคม 2008

เกาะติด สถานการณ์ พันธมิตร กู้ชาติ

วันที่ 26/08/51

พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ได้ให้สัญญาณเป่านกหวีด เรียกผู้รักชาติ ให้มาชุมนุม ขับไล่รัฐบาลขายชาติ

เวลา 02.20 น. อังคาร กัลยาพงศ์ ได้มาขึ้นเวทีพันธมิตา เพื่ออ่านบทนสวด ชัยมงคลคาถา ให้พันธมิตรฯ และประชาชนมาขับไล่รัฐบาล




เวลา 08.00 น. มีการจัดกำลังไปดาวกระจายที่สถานีโทรทัศน์ NBT โดยพันธมิตรอ้างว่า สถานีโทรทัศน์ NBT
ได้มีส่วนในการบิดเบือนข้อมูลเพื่อปกป้องรัฐบาล และ กระทรวงคมนาคม ที่มีส่วนบิดเบือนข้อมูลเพื่อปกป้องรัฐบาล




เวลา 09.00 น. หลังจากที่พันธมิตรฯ ยึดกระทรวงคมนาคมได้แล้วก็เดินข้ามไปยังกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และเข้าไปในคลังของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และปิดประตูด้านหน้าไม่ให้เจ้าหน้าที่เข้าไปได้ ซึ่งกลุ่มพันธมิตรฯ สามารถเข้ายึดพื้นที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ทั้งหมดเช่นเดียวกัน





เวลาประมาณ 10.00 น. บรรยากาศที่กระทรวงการคลัง กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยหลายพันคน ดาวกระจายปิดล้อมกระทรวงแล้ว เพื่อเรียกร้องให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังลาออก รวมถึงเรียกร้องข้าราชการในกระทรวงต้องยืนอยู่บนความถูกต้องหลังที่ได้มีการตรวจสอบ พบว่า รัฐบาลมีการใช้จ่ายงบประมาณอย่างไม่โปร่งใส




เวลา 11.00 น. บรรยากาศบริเวณด้านหน้ากองบัญชาการตำรวจนครบาล กลุ่มผู้ชุมนุมพันธมิตรฯ บุกเข้าภายในพื้นที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล โจมตีการทำงานของตำรวจ และเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชี้แจงกรณีการควบคุมตัวพันธมิตรฯ 80 คนที่ไปบุกสถานีโทรทัศน์เอ็นบีที




เวลาประมาณ 14.00 น. พันธมิตราได้ยึดธรรมเนียบรัฐบาล โดยโอบล้อมทำเนียบรัฐบาลไว้ทุกด้าน ก่อนบุกเข้าประตู 1 ของทำเนียบฯ เข้าไปปักหลักชุมนุมบริเวณสนามหญ้าด้านหน้าทำเนียบรัฐบาลตึกไทยคู่ฟ้า ส่วนหนึ่งกระจายไปหน้าตึกบัญชาการ และตึกนารีสโมสรด้วย ซึ่งถือว่าที่นี่คือที่ทำงานหลักของนายกรัฐมนตรี โดยที่เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ขัดขวาง หรือปะทะจนเกิดความรุนแรงแต่อย่างใด



เวลาประมาณ 20.00 น. พันธมิตร ปักหลัก ค้างคืน วันนี้ (26 ส.ค.) ประมวลภาพพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ซึ่งปักหลักอยู่บริเวณภายในทำเนียบรัฐบาล โดยได้ทำการปิดประตูทำเนียบรัฐบาลทุกฝั่ง ห้ามคนเข้าและออก หลังจากมีการะแสข่าวว่ารัฐบาลเตรียมเข้ามาสลายผู้ชุมนุม




วันที่ 27/08/2551


เวลา 03.00 น. พล.ต.ต.สุชาติ เหมือนแก้ว รอง ผบช.น.ได้นำเจ้าหน้าที่ตำรวจกว่า 5 กองร้อย ตัดโซ่บริเวณประตูทางเข้าทำเนียบฯ แล้วเข้ามาเจรจากับกลุ่มพันธมิตรฯ โดยอ้างว่าจะขอเข้าไปพักผ่อนที่ตึกไทยคู่ฟ้าในทำเนียบฯ แต่ทางกลุ่มพันธมิตรฯ ไม่ยินยอมทำตามเงื่อนไขที่เจ้าหน้าตำรวจขอเจรจา เนื่องจากหวั่นเกรงว่าอาจจะมีการซ้อนแผนสลายกลุ่มผู้ชุมนุมในภายหลัง ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องถอยร่นกลับยังที่ตั้งเดิม




เวลา 09.00 น. ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก พนักงานสอบสวนนำคำร้องขออนุมัติออกหมายจับ 5 แกนนำ กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ซึ่งหลังจากทราบข่าวบรรดาแกนนำพันธมิตรฯ และกลุ่มผู้ชุมนุม ต่างเฝ้ารอว่าศาลจะอนุมัติหมายจับแกนนำ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง หนึ่งในแกนนำพันธมิตรฯ ได้ลงไปนั่งปะปนกับบรรดากลุ่มผู้ชุมนุมบริเวณหน้าตึกไทยคู่ฟ้า ภายในทำเนียบรัฐบาล และยืนยันจะให้จับตัวไปโดยไม่มีการต่อสู้ขัดขืน


เวลา 16.00 น. มีรายงานจากทำเนียบรัฐบาลระบุว่า ศาลได้มีคำสั่งอนุมัติให้ออกหมายจับแกนนำพันธมิตรฯ จำนวน 9 คน(อนุมัติให้จับเพิ่มมากกว่าคำขออีก 4 คน) ในข้อหาหนัก คือ

1.)ในความผิดฐานใช้กำลังประทุษร้ายเพื่อล้มล้างอำนาจนิติบัญญัติ บริหาร หรือ อำนาจตุลาการแห่งรัฐธรรมนูญ ผู้นั้นกระทำความผิดฐานเป็นกบฏ ต้องระวางโทษประหารชีวิต หรือ จำคุกตลอดชีวิต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 113



2.)สะสมกำลังพลหรืออาวุธ ตระเตรียมการ หรือ สมคบกันเพื่อเป็นกบฏ ระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 3-15 ปี มาตรา 114



3.)มั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปใช้กำลังประทุษร้าย หรือกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมืองและเมื่อเจ้าพนักงานสั่งให้ผู้ที่มั่วสุมให้เลิก แล้วไม่เลิกต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 6,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 215 และ 216


4.) เมื่อเจ้าพนักงานสั่งผู้ที่มั่วสุมให้เลิกแล้วไม่เลิก ตามมาตรา 215 และ 216 สำหรับผู้ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจขออนุมัติออกหมายจับประกอบด้วย


เมื่อพูดถึงการกระทำของพันธมิตรแล้ว บางส่วนอาจจะพูดว่า พันธมิตรฯได้รักษาภาพลักษ์ การชุมนุมโดยสันติวิธีมาโดยตลอด แต่เมื่อพันธมิตรฯ ได้มีการกระทำผิดกฏหมายโดยการยึดสถานที่ทำงานของรัฐบาล และอื่นอีกมากมาย ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้คนส่วนมากคิดว่าพันธมิตร ทำอะไรอยู่ทำไม ไม่ถึงชุมนุมโดยสันติวิธี

อ.พิภพ ธงไชย หนึ่งในแกนนำพันธมิตรได้ให้เหตุผลว่า การประท้วงครั้งนี้ ได้ใช้หลัก อารยะขัดขืน หรือการดื้อแพ่ง คือการกระทำที่ผิดกฏหมาย แต่เป็นกฏหมายที่ผิดเพียงเล็กน้อย เช่น การประท้วงโดยการหยุดงาน หรือการที่ บุกรุกสถานที่ราชการ แต่ก็ไม่ได้เข้าไปเพียงแค่อยู่ด้านนอก และไม่ได้ทำลายทรัพย์สินของทางราชการ


ส่วนข้อหากฏบนั้นจะต้องกระทำการในลักษณะล้มล้างอำนาจรัฐ และสถาบันหลักของประเทศ หรือทำให้อธิปไตยของรัฐต้องสูญเสีย แต่การเคลื่อนไหวของกลุ่มของพันธมิตรฯ ไม่เข้าข่ายดังกล่าว ดังนั้น ผู้ตั้งข้อกล่าวหาอาจถูกดำเนินคดีหรือฟ้องกลับในภายหลังได้ โดยมีความคิดเห็นต่างๆดังนี้

1.)การตั้งข้อหากบฏ ถือว่าเกินความเป็นจริงและรุนแรงเกินไป เพราะกลุ่มพันธมิตรฯ ไม่ได้กระทำการใดใดที่เข้าข่ายข้อหาดังกล่าวแม้แต่น้อย

2.)ข้อหาเป็นกบฏ เป็นข้อหาที่รุนแรงมากและไม่มีเหตุผลรองรับ พร้อมยืนยันว่า การเคลื่อนไหวของกลุ่มพันธมิตรฯ ที่เรียกร้องให้รัฐบาลลาออก ถือเป็นส่วนหนึ่งของการตรวจสอบของประชาชนที่สามารถทำได้


3.) การชุมนุมเคลื่อนไหวของพันธมิตรฯ ไม่เข้าข่ายกบฏหรือเตรียมกบฏแน่นอน และว่า แม้พันธมิตรฯ จะยึดทำเนียบรัฐบาล แต่ก็ไม่ถือว่าล้มล้างอำนาจบริหาร หรือทำให้รัฐบาลบริหารประเทศไม่ได้ เพราะพันธมิตรฯ ไม่ได้ไปจับตัวนายกฯ และรัฐมนตรีไว้ รัฐบาลจึงยังสามารถบริหารประเทศได้ตามปกติ เพียงแต่เปลี่ยนสถานที่ประชุมทำงานเท่านั้น เป็นต้น


ดังนั้น การกระทำของพันธมิตรฯ เป็นสิ่งที่ถูกหรือผิด และการกระทำของรัฐบาล เป็นสิ่งที่ถูกหรือผิด ต้องคอยติดตามต่อไป และพันธมิตรจะทำอย่างไร เมื่อมีหมายศาลอนุมัติหมายจับและคำสั่งศาลแพ่ง





People's Alliance for Democracy suffered a big blow on Wednesday after Criminal Court decided to issue arrest warrants for PAD's nine co-leaders for their involvement in the raid on NBT TV station and the Government House.
Court made the decision at the request of police that provided the video footages of the incidents.


The warrants cited serious charges, such as inciting crowds to turn unruly, bids to oust the government and intimidate the media, via the NBT raid, and illegally entering government installations, he said.


The nine PAD leaders were Sondhi Limthongkul, Chamlong Srimuang, Pibhop Dhongchai, Somsak Kosaisuk, Somkiat Pongpaiboon, Suriyasai Katasila, Amorn Amornwattananon and Therdpoom Jaidee.

The four charges are Article 113 of the Criminal Code for treason, Article 114 for conspiracy for incite treason, Article 215 for conspiring with more than 10 people to cause disturbances or physical harms, Article 216 for resisting to disperse when ordered by law enforcement authorities.

If convicted, the nine could face life imprisonment or capital punishment




9 ความคิดเห็น:

4931203213 กล่าวว่า...

พวกเรานี่ เกาะติดสถานการณ์จิงๆๆ

555+

แต่เรื่องราวกำลังจะไปกันใหญ่

จะเกิดอะไรขึ้นกับประเทศไทยต่อไป...

ต้องติดตาม

Pattarasiri กล่าวว่า...

ณ ตอนนี้อยากให้ทุกคนเข้าใจว่า

การที่ศาลอนุมัติให้มีหมายจับแกนนำพันธมิตร

ไม่ใช่ว่า ตอนนี้พันธมิตรมีความผิด

เพราะบุลคลจะมีความผิดจริง เมื่อตัดสินว่ามีความผิด

แต่ตอนนี้ศาล รับคำฟ้องมาจากพนักงานสอบสวน

เห็นว่ามีมูลจึง มีคำสังให้อนุมัติเพื่อนำมาพิจารณาว่ามี

มูลความผิดหรือไม่ ถ้าถามว่าพันธมิตรผิดมั้ย

พันธมิตรผิดตรงที่ ทำลายเข้าของราชการที่ NBT

และบุกรุกสถานที่ราชการที่ธรรเนียบรัฐบาล

เพื่อแสดงตัวว่าเป็นการกระทำอารยะขัดขืนต่อรัฐบาล

ทำให้บุคคลทั่วไปที่ไม่ได้ติดตามข่าวสารเข้าใจว่า

พันธมิตรเป็นการก่อม็อบหัวรุนแรง ในขณะทีรัฐบาลก็

ต้องข้อหาให้พันธมิตร เกินกว่าเหตุที่จริง เป็นที่น่า

ติดตามว่าตอนต่อไปจะเป็นอย่างไงจริงๆ

4931203079

Ampon Muangmoon 4931203133 กล่าวว่า...

เอ้ายึดกันเข้าไป

ทำไปละมันได้อะไรขึ้นมาอะ

สามัคคีกันไม่ดีกว่าหรอ

Pajaree 4931203054 กล่าวว่า...

คร้า!!!

ทำแรงไปนิดนึงน่ะค่ะ

แต่ก็ต้องเข้าใจว่าพันธมิตรกำลังใช้วิธี

"อารยะขัตขืน" อะไรประมาณนี้อ่ะ

เป็นวิธีที่ว่าด้วยการทำผิด กม. เล็กๆน้อยๆ

เพื่อเป็นการกดดันรัฐบาลคร้า

งังไงก็ขอให้อยู่ในขอบเขตหน่อยหล่ะกันน่ะค่ะ

อย่าแร๊งเกินไปน๊า....

4931203131 กล่าวว่า...

ทำอะไรกันคะเนี้ย.....




สามัคคีกันไว้ดีกว่านะ

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

วันนี้ศาลแพ่งสั่ง งดบังคับคดี

แล้วรัฐบาลจะทำอย่างไรต่อไป

จะคอยติดตามนะค่ะ

4931203121 กล่าวว่า...

"ชาติไม่ได้เป็นอะไร จะกู้ชาติทำไม"

ในหลวงทรงตรัสไว้

ถ้าจะทำอะไร ถึงไม่คิดถึงใคร

ก็ให้คิดถึงในหลวงของเราด้วย

พันธมิตร หรือ พาลทุกสารทิศ

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

เซงนี่มันตำรวจเพื่อประชาชน

หรือเพื่อรัฐบาลกันแน่

เซง...

แล้วการแสดงความคิดเห็น

ก็เป็นส่วนหนึ่งของประชาธิปไตย

ถ้าเราไม่มาลุก แสดงความคิดเห็น

คนที่คอรัปชั่นเค้าก็จะไม่รู้ ว่าฉลาดแล้ว

เค้าก็จะคอรัปชั่นต่อไป

แต่ถ้าเราลุกขึ้นมาแสดงความคิดเห็น

นักการเมืองจะกระทำการใดๆ

ที่เป็นภาษีของเรา ให้มันเกิดประโยชน์ต่อประเทศ

ไม่ใช่ให้เกิดประโยชน์ในกระเป๋าตัวเอง

คนรักชาติ กล่าวว่า...

ข้อหากฏบจับ อ.ไชยวัฒน์ หนึ่งในเก้าของกลุ่มพันธมิตรไปอีกคน

ไปรวมกับพวกนักรบศรีวิชัยที่ถูกจับไปตั้งแต่บุก NBT

แล้วรัฐบาลก็บอกว่า อยากเจรจาอย่างสันติกับฝ่านพันธมิตร แล้วใครเค้าจะไปคุยด้วยล่ะ ก็จับเพื่อนเค้าเข้าคุกไปซะงั้น

อ.ไชยวัฒน์ ก็ไม่ยอมประกันตัวอีกบอกว่า จะรอให้ศาลยกฟ้องข้อหากฏบ

ไม่รู้จะพูดอย่างไง คงพูดได้แค่ว่า

เป็นกำลังให้คนทำงานเพื่อชาติบ้านเมืองทุกคนนะค่ะ

ชาติไทยจำเป็นต้องมีผู้นำที่ดี แต่ที่สำคัญที่สุด คนไทยทุกคนต้องรักชาติบ้านเมืองเหมือนรักชีวิตตัวเอง

แล้วเราจะผ่านอุปสรรคนี้ไปด้วยกาน ^^