วันนี้เราจะมาย้อนรอยเขาพระวิหาร!!!
ความเป็นมาของเขาพระวิหาร เขาพระวิหาร >>> ที่ตั้งของเขาพระวิหารอยู่ในพื้นที่ทับซ้อนชายแดน ไทย-กัมพูชา ระหว่างอำเภอจอมกระสานต์ จังหวัดพระวิหาร ของกัมพูชา และอำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ ใกล้อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหารโครงสร้างส่วนใหญ่ของปราสาทเขาพระวิหารสร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าสุริยวรมันที่ 1 และ สุริยวรมันที่ 2 ในครึ่งแรกของศตวรรษที่ 11 และ 12 ตามลำดับ พระเจ้าน้องยาเธอ กรมหลวงสรรพสิทธิประสงค์ พระราชโอรสองค์ที่ 11 ในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยทรงค้นพบเมื่อ พ.ศ. 2442
ต่อมาเมื่อฝรั่งเศสเข้าครอบครองอินโดจีนได้ทำสนธิสัญญา พ.ศ. 2447 ในการปักปันเขตแดนกับราชอาณาจักรสยาม โดยระบุให้ใช้สันปันน้ำเป็นเส้นแบ่งพรมแดน ซึ่งมีผลให้ปราสาทเขาพระวิหารอยู่ในแผนดินไทย ต่อมาใน พ.ศ. 2451 ฝรั่งเศสได้จัดทำแผนที่ฝ่ายเดียว ส่งมองให้สยาม 50 ชุด และมีแผ่นหนึ่งคือ “แผ่นดงรัก” ที่ครอบคลุมพื้นที่ปราสาทพระวิหาร และ “ไม่ได้ใช้แนวสันปันน้ำเป็นเส้นแบ่งพรมแดน ทำให้ประสาทเขาพระวิหารอยู่ในดินแดนของกัมพูชา” โดยที่รัฐบาลสยามในขณะนั้น ไม่ได้รับรองหรือทักท้วงความถูกต้องของแผนที่ดังกล่าว ต่อมาในปี พ.ศ. 2483 ประเทศฝรั่งแพ้สงครามต่อประเทศเยอรมัน ทำใแสนยานุภาพ ทางทหารลดลง
จอมพล ป. พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรีในขณะนั้นได้เรียกร้องดินแดนไทนที่เสียไปในรัชสมัย ร.5 คืนจากฝรั่งเศส ทำให้เกิดสงครามพิพาทอินโดจีนระหว่างไทยกับฝรั่งเศสขึ้นในปี พ.ศ. 2484 ซึ่งในขณะนั้นประเทศญี่ปุ่นเป็นประเทศมหาอำนาจในขณะนั้นเสนอตัวไกลเกลี่ยและฝรั่งเศสได้ตกลงคืน จ.ไชยบุรี, จ. จำปาศักดิ์, จ. เสียมราฐ, และ จ. พระตะบอง ให้กับไทยตามอนุสัญญาโตเกียวต่อมาเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 ทำให้ประเทศไทยประกาศเป็นพันธมิตรกับประเทศญี่ปุ่น เมื่อสิ้นสงครามประเทศญี่ปุ่นได้แพ้สงครามโลกครั้งที่ 2 ทำให้ประเทศไทยต้องคืน ทั้งสี่จังหวัดให้กับฝรั่งเศสและประสาทเขาพระวิหารจึงกลับไปสู่บริเวณชายแดน ไทยกัมพูชา
ในปี พ.ศ. 2497 ฝรั่งเศสแพ้สงครามต่อเวียดนามที่เดียนเบียนฟู ต้องถอนทหารออกจากอินโดจีน ประเทศไทยกัมพูชาได้รับเอกราชตามสนธิสัญญาเจนีวา และไทยได้ส่งทหารเข้าไปรักษาการบริเวณปราสาทพระวิหารอีกครั้ง
ภายหลังกัมพูชาได้รับเอกราชเจ้านโรดมสหนุ กษัตริย์กัมพูชาสละราชสมบัติเข้าสู่การเมือง ได้ดำรงตำแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรี ได้ประกาศเรียกร้องให้ไทยคืนปราสาทพระวิหาร และไทยไม่ยอมรับ เจ้านโรดมจึงประกาศตัดความสัมพันธ์ทางการทูตกับไทย เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2501
และในวันที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2502 เจ้านโรดมสีหนุได้ฟ้องร้องต่อ ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (International Court of Justice) หรือ ศาลโลก ให้ไทยคืนปราสาทเขาพระวิหาร ฝ่ายไทยได้ต่อสู้คดีโดยมี ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช กับคณะอีก 13 คน โดยทั้งสองฝ่ายไทยและกัมพุชาให้พิจารณาปัญหาดังกล่าวที่ ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ศาลโลก) ณ กรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ ในปี พ.ศ. 2502
คดีนี้ศาลโลกได้ตัดสินให้ “ตัวปราสาทเขาพระวิหาร” ตกเป็นของกัมพูชา เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2505 ด้วยคะแนนเสียง 9 ต่อ 3 ท่ามกลางความไม่พอใจของฝ่ายไทย โดยเห็นว่าศาลโลกตัดสินคดีนี้อย่างไม่ยุติธรรม เนื่องจากศาลโลกยึดติดอยู่บนแผนที่ฉบับเดียว โดยที่ศาลโลกไม่ได้มีการตรวจสอบสถานที่อย่างจิงจังตามข้อตกลง ไทย-ฝรั่งเศส ทำให้ตำรวจตระเวนชายแดนทำพิธีเชิญเสาธงบนยอดเขาพระวิหาร พร้อมกับยกธงชาติไทย (พูดง่ายๆว่าขุดเลยดีกว่า) ออกจากบริเวณปราสาทพระวิหารท่ามกลางความเศร้าสลดใจของคนไทยทั้งชาติด้วยความรักชาติ ความมีศักดิ์ศรี ไม่ยอมลดธงชาติลงจากเสา ตำรวจตระเวนชายแดนขดเสาธง ออกจากเขาพระวิหาร

และ จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ นายกรัฐมนตรี ได้ประกาศแถลงการณ์ว่า " ด้วยเลือดและนําตา สักวันหนึ่งเราจะต้องเอาเขาพระวิหารคืนมาให้จงได้ "

อย่างไรก็ตาม การตัดสินคดีนี้ไม่ได้แก้ปัญหาเรื่องอาณาเขตทับซ้อนระหว่าง ไทย-กัมพูชา ในบริเวณดังกล่าวให้หมดไป และยังส่งผลให้เป็นปัญหาเรื้อรังมาจนถึงปัจจุบัน และผลงานของรัฐบาลชุดปัจจุบัน ได้ทำข้อตกลงที่ไทยสนับสนุนการขอขึ้นทะเบียน “ปราสาทเขาพระวิหารเป็นมรดกโลก” ของกัมพูชาในเงื่อนไขให้ขึ้นทะเบียน “เฉพาะตัวปราสาทเขาพระวิหาร”

ฝ่ายรัฐบาล โดยนาย นพดล ปัทมะ รมว.การต่างประเทศ ยืนยันพร้อมแสดงแผนฝังบริเวณปราสาทที่ฝ่ายกัมพูชาจะใช้ยื่นต่อยูเนสโกขอขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกว่า “กรมแผนที่ทหาตรวจสอบบริเวณดังกล่าวแล้ว ไม่มีส่วนใดล้ำเข้ามาในดินแดนไทยที่อ้างสิทธิ์"(พูดไปได้ --!)
จากเหตุการณ์ที่เกิดมาทั้งหมดนี้ Thailandlism มองว่ารัฐบาลไม่ได้มีการแก้ไขปัญหาบ้านเมืองอย่างจริงจัง เพราะตั้งแต่สมัย ร.5 ปราสาทเขาพระวิหารเป็นของประเทศไทย แต่ประเทศไทยเสียดินแดนสี่จังหวัดให้กับประเทศกัมพูชา เนี่องด้วยเพราะว่าศาลโลกที่ประเทศเนเธอร์แลนด์ตัดสินว่าปราสาทเขาพระวิหารเป็นของกัมพูชา เพียงแค่แผนที่แผ่นเดียวที่ประเทศฝรั่งเศสเป็นคนเขียนขึ้น แต่รัฐบาลไทยในสมัยนั้นก็กรักษาเขาพระวิหารมาตลอด โดยขัดค้านก็ขอให้ปราสาทเขาพระวิหารเป็นมรดกโลกมาโดยตลอดแต่! รัฐมนตรี่ว่าการกระทรวงต่างประเทศสมัยรัฐบาลสมัครกลับไปลงนามเห็นด้วยให้ปราสาทเขาพระวิหารเป็นมรดกโลกโดยการลงนามในแถลงการณ์ ไทย-กัมพูชา
ซึ่งหมายความว่าไทยเห็นด้วยกับเรื่องที่ว่าเขาปราสาทพระวิหารเป็นขอมกัมพูชา
"ไปโดยปริยาย"
ทำให้ประเทศไทยอาจเสียดินแดนไปถึง 4.6 ตารางกิโลเมตร
เพื่อนๆอาจจะมองว่าแค่ 4.6 ตร.กม.ไม่สำคัญ
แต่ในความเป็นจริงเรื่องนี้สงผลกระทบต่อผู้คนที่อาศัยอยู่บริเขตทับซ้อนไทย-กัมพูชา
พวกเขาอาจจะไม่มีที่พักอาศัย ขาดรายได้จากการท่องเที่ยว
และอื่นๆอีกมากมาย


เราจะตามรอยเขาพระวิหารของรัฐบาลสมัครและทางออกในเรื่องเขาพระวิหารในตอนต่อไป .......
7 ความคิดเห็น:
เขาพระวิหาร
เป็นของไทยหรือไม่
หลายๆคนอาจจะไม่สนใจ
แต่ความเป็นจริงแล้ว
ทั้งกษัตริย์และบรรพบุรุษ
เราต่างรักษาดินแดนด้วเลือดเนื้อและชีวิต
แต่การดูแลประเทศในปัจจุบัน
กลับเป็นเพียงแค่
ทำผิด "ลาออก"
ทำผิด "ลาออก"
ขอถามหน่อยว่า
แผ่นดินไทยที่หายไป
มีค่าแค่ลาออก เท่านั้นหรือ
เอาแผ่นดินไทยของเราคืนมา
แต่ในประวัติศาสตร์กล่าวว่า
คนที่พบเจอปราสาทเขาพระวิหาร
คนแรกคือพระะราชโอรส
องค์ที่ 11 ในรัชกาลที่5
กล่าวคือเป็นของไทยมาตั้งแต่แรก
แต่เมื่อไทยได้เสียดินแดนให้ฝรั่งเศสใน พ.ศ.
2505
ทำให้เขมรคิดเป็นไปเองว่าเขาพระวิหารเป็นของประเทศตัวเอง(หน้าด้านๆ)
แต่ความเป็นจริงเบื้องหลังแล้ว
บริเวรปราสาทเขาพระวิหาร
มีแก็สธรมชาติ ตรงเกาะกง
การสนับสนุนให้ปราสาทเขาพระวิหาร
จึงมีกลิ่นตุๆว่ารัฐบาลไทยมีอะไรเบื้องหลังกับเหตุการณ์นี้หรือไม่
และอีกประเด็นหนึ่งคือทั้งเจ็ดประเทศที่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องในการบริหารจัดการปราสาทเขาพระวิหารต่างเป็นชาติที่ชอบค้าของเก่าด้วย
จึงทำให้เกิดความคิดที่ว่า
การที่ปราสาทเขาพระวิหารเป็นมรดกโลก
เป็นการสนับสนุนในแง่อารยธรรมหรือว่า
เป็นการสนับสนุนให้มนุษย์มาเบียดเบียน
กับมรดกที่โลกได้สร้างไว้ มาเป็นระยะเวลานาน
เศร้าใจ เจงๆๆ เด๋วก็ไปสะพานมัฆวานซะนิ
ไปลงชื่อถอดถอนรัฐบาลทั้งชุดซะเลย
ทุกสิ่งทุกอย่างย่อมไม่ใช่ของเรา
เพราะเมื่อเราตายไป เราก็เอาไปไม่ได้
วันนี้ประเทศไทย
จะเสียเกาะกรูด
ไปอีกแล้วครับ
รัฐบาลจะรักษาไว้
หรือว่าจะให้เค้าไป
จะคอยดู
วันนี้วันเข้าพรรษา
พันธมิตรไททำบุญร่วมกัน
โดยไปทวงแผ่นดินไทยคืนมา
ที่จังหวัด ศรีษะเกษ
ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าสลดใจ
เมื่อชาวที่อาศัยอยู่บริเวณแถวนั้น
ต่อต้านการกระทำของกลุ่มพันธมิตร
โดยการขว้างปา ก้อนหิน เศษไม้ และขวดเหล้า
ใส่กลุ่มพันธมิตร
ก็ไม่เข้าใจว่า "คนไทยหรือป่าว"
เค้าจะเอาแผ่นดินไปแล้ว...ยังไม่ปกป้องอีก
ต้องรอให้ไม่มีแผ่นดินอยู่ ก่อนใช่มั้ย
รัฐบาลคุณสมชาย
จะเป็นรัฐบาลเหมือนคุณสมัครอีกคน
เนื่องจากให้สัมภาษณ์ว่า เจรจาเรียบร้อยดี
ตกลงกันรู้เรื่อง ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง
คุณสมชาย ที่เป็นนายกรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
ก็ยังไม่ทำอะไร ไม่พูดอะไร ที่ทหารไทยได้รับบาดเจ็บจากเผิชญระหว่างไทยกับกัมพูชา
มัวแต่เสนอนโยบาย โครงการต่างที่ตัวเองหาประโยชน์
ประชาชนเลือดนองอยู่หน้ารัฐสภา ก็จะประชุมต่อไป
ซึ่งการกระทำเหล่านี้ได้พิสูจน์แล้ว ไม่ได้บริหารประเทศเพื่อประชาชน แต่บริหารประเทศเพื่อพวกพ้องของตนเอง(interest group)
เจ็บใจ...มีนายกก็ไม่ได้ช่วยอะไร
แสดงความคิดเห็น